พัฒนาการด้านการกินและการใช้อุปกรณ์ทานอาหารในเด็กอายุ1-2ปี เด็กจะเริ่มใช้ช้อนตักอาหารเข้าปากและฝึกใช้แก้วหัดดื่ม

   ในช่วงวัยนี้คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่มักต้องเจอกับปัญหาลูกไม่ยอมกินข้าวเอง ถ้าไม่ป้อนคือไม่ยอมกินเลย

   สุดท้ายแล้วคุณพ่อคุณแม่ก็มักจะใจอ่อนยอมป้อนตลอด หรือถ้าเด็กวิ่งหนี คุณพ่อคุณแม่ก็วิ่งตามป้อนตลอดเพราะกลัวลูกหิวทำให้ลูกไม่ได้ฝึกกินข้าวเองสักที       

   วันนี้มีเทคนิคดีๆที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่สามารถรับมือกับปัญหาเหล่านี้ได้ และลูกยังสามารถกินข้าวได้เองโดยไม่ต้องบังคับด้วยค่ะ

o ห้ามป้อน ให้ลูกฝึกกินเอง : หากคุณพ่อคุณแม่ยังตามป้อนข้าวอยู่ลูกก็จะไม่ยอมกินเอง ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะกินไม่อิ่ม หรือลูกจะกินเลอะเทอะค่ะ สิ่งที่สำคัญคือการฝึกวินัยและความรับผิดชอบให้แก่เด็ก หากลูกไม่อิ่มในมื้อถัดไปลูกจะเรียนรู้เองว่าต้องกินให้มากขึ้น ส่วนการกินเลอะเทอะจะหมดไปถ้าลูกได้ฝึกการกินอย่างสม่ำเสมอ
o กำหนดเวลาในการกินอย่างชัดเจน:ควรทำให้ลูกรู้ว่าเวลานี้คือเวลากินข้าว “กินคือกิน เล่นคือเล่น” อย่าใจอ่อนให้ลูกเล่นของเล่นไปด้วยกินไปด้วย หรืออย่าให้ลูกดูทีวีไปด้วยกินไปด้วย แน่นอนค่ะ ลูกจะเลือกสนใจอย่างอื่นมากกว่าการกินแน่นอน หากลูกงอแงแล้วไม่ยอมกินข้าว เมื่อถึงเวลาที่ทุกคนกินข้าวเสร็จให้หยิบจานข้าวออก พอถึงมื้อต่อไปลูกจะหิวเองโดยที่เราไม่ต้องบังคับให้กิน
o กินบนโต๊ะอาหารพร้อมกัน : ลูกจะได้เรียนรู้ว่าการนั่งกินข้าวเป็นอย่างไร การกินข้าวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาทำให้ลูกรู้สึกสนุก อยากทำตาม และนั่งทานอาหารได้นานมากขึ้น


o จานชามลายน่ารัก อาหารน่าทาน : สีสันและลายที่น่ารัก โดยเฉพาะถ้าเป็นลายที่ลูกชอบหรืออาหารที่เปลี่ยนรูปแบบไป เช่น เอาข้าวใส่แม่พิมพ์ทำเป็นรูปหมี ผักหั่นเป็นรูปดอกไม้ จะช่วยดึงดูดให้ลูกอยากทานอาหารมากขึ้น
o ใช้เก้าอี้ฝึกกินข้าวสำหรับเด็ก : เก้าอี้สำหรับผู้ใหญ่อาจไม่เหมาะในการฝึกลูกกินข้าว ควรเลือกเก้าอี้ที่เหมาะกับสรีระของลูกเพื่อให้ลูกสามารถนั่งกินข้าวได้สะดวก
o คำชมใช้ได้กับทุกสถานการณ์ : เมื่อลูกสามารถทำได้และได้รับคำชม ลูกก็จะร่วมมือและอยากกินข้าวเองมากขึ้น


  คุณพ่อคุณแม่ลองนำเทคนิคต่างๆเหล่านี้ไปลองปรับใช้ดูนะคะ ลูกในวัยนี้เป็นวัยกำลังดื้อกำลังซนอาจจะทำตามบ้างไม่ทำตามบ้างค่ะ แต่อย่างที่เคยเล่ามาในหลายๆหัวข้อว่าการฝึกพัฒนาการในด้านต่างต้องทำด้วยความใจเย็นค่อยเป็นค่อยไปและต้องฝึกอย่างสม่ำเสมอนะคะ