ล่าสุดเมื่อวันที่20ธันวาคม2564 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย) อนุมัติ ให้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์(Pfizer)ในเด็กอายุ 5-11 ปีโดยมีขนาดการใช้วัคซีนลดลงเหลือ 1ใน3(10ไมโครกรัม) เข้ากล้ามเนื้อ2เข็ม ห่างกัน21วัน  อ้างอิงจากงานวิจัยในต่างประเทศ

   สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้เริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์(Pfizer) ในเด็กแล้ว ส่วนใหญ่พบผลข้างเคียงไม่รุนแรง เช่น ปวดแขนเล็กน้อย มีไข้ ซึ่งมักจะหายได้เองในระยะเวลาสั้นๆ ข้อมูลถึงปัจจุบัน(12ธันวาคม64) มีการฉีดวัคซีนไฟเซอร์(Pfizer)ในเด็กในสหรัฐไปแล้วมากกว่าเจ็ดล้านโดส มีรายงานพบภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบทั้งหมดเพียง 8 ราย (1.1 รายต่อหนึ่งล้านโดส)  อีกทั้งการฉีดลดโดสก็สามารถกระตุ้นภูมิให้ป้องกันโควิดได้ โดยที่ผลข้างเคียงจากวัคซีนลดน้อยลงมาก วัคซีนไฟเซอร์(Pfizer) สองเข็มมีประสิทธิภาพที่ดีมาก(ต่อสายพันธุ์เดลต้า) โดยมีประสิทธิภาพสูงถึง 90.9% ในการป้องกันการติดเชื้อชนิดที่มีอาการ

    คณะกรรมการควบคุมโรคสหรัฐ(US-CDC) กล่าวว่า ประโยชน์ที่ได้รับจากการฉีดวัคซีนในเด็กอายุ 5-11 ปีมีมากกว่าข้อเสียที่เกิดจากการฉีดวัดซีน จึงแนะนำให้ฉีดวัคซีนโควิดในเด็กกลุ่มอายุนี้ เพราะเด็กในกลุ่มอายุนี้สามารถติดเชื้อโควิดได้ไม่น้อยไปกว่ากลุ่มอายุอื่นๆ และสามารถแพร่เชื้อไปสู่ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดที่บ้านและโรงเรียนได้ อีกทั้งการเกิดภาวะการอักเสบหลายระบบ (MIS-C) พบสูงที่สุดในช่วงอายุนี้

   นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยจากฝรั่งเศสที่บอกว่า หลังเด็กฉีดวัคซีน นอกจากจะลดความเสี่ยงในการติดโควิด ลดอัตราการนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลแล้ว ยังลดความเสี่ยงการเกิดภาวะการอักเสบหลายระบบ (MIS-C)หลังหายจากโควิดอีกด้วย

   ตอนนี้ประเทศที่แนะนำให้ใช้วัคซีนโควิดไฟเซอร์ ในเด็กอายุ 5-11 ปีมีมากขึ้นเรื่อย ๆเช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และอิสราเอล

   คุณพ่อคุณแม่ลองใช้ข้อมูลนี้ประกอบการตัดสินใจดูนะคะ เพราะสายพันธุ์ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้อย่างโอไมครอนไม่รู้ว่ามันระบาดหนักเบาแค่ไหน แต่จากข้อมูลการศึกษาจากแอฟริกาใต้และฝั่งยุโรปอเมริกาที่ได้กล่าวในบทความก่อนหน้านี้ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bebeshop.co/blogs/news-activity/omicron281264 บอกว่า การระบาดของโอมิครอน ทำให้มีผู้ป่วยเด็กติดเชื้อโอมิครอนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมาก

เอกสารอ้างอิง

https://www.cdc.gov/.../slides.../07-COVID-Woodworth-508.pdf

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/.../pdf/JAH3-6-e005306.pdf

https://www.timesofisrael.com/no-serious-side-effects.../